toopla.jpg

หลังจากเขียนเรืองเครียด มีสาระปะปนมามากแล้ว คราวนี้ขอเขียนเรื่องวิถีชีวิตประจำวันของข้าพเจ้าสักเล็กน้อย (ซึ่งทางการแพทย์พิสูจน์แล้วว่า ไม่เครียด และไม่มีสาระปะปน)

วิถีชีประเจ้า (ย่อมาจาก วิถีชีวิตประจำวันของข้าพเจ้า) ช่วงนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง จะว่าใหญ่หลวงขนาดใหญ่มากเบิ้มบิ๊กสุวรรณภูมิ ก็คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่เอาเป็นว่า ใหญ่ขนาดตู้ปลาละกัน นั่นก็คือ ข้าพเจ้าได้ซื้อปลา(ส์ เติมเอสเพราะมีหลายตัว) มาเลี้ยงเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่สัตว์ที่เคยเลี้ยงมา (จะด้วยตนเอง หรือด้วยผู้อื่นก็ตามแต่) ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์หน้าขนสี่เท้านามว่าหมา ช่วงนั้นก็อินเลิฟกับหมามาก เล่นกับมันทุกวัน และตั้งมั่นไว้ว่า จะต้องมีหมาของตนเอง ที่เลี้ยงด้วยตนเอง เพื่อตนเอง ให้ได้ แต่ว่าด้วยสถานที่พักอาศัยในปัจจุบัน และงานที่ทำอยู่นั้น จำกัดอิสระมิให้ข้าพเจ้าเลี้ยงหมาโดยลำพังได้ ข้าพเจ้าจึงต้อง”รีไซส์” ลดขนาดโครงการลง มาเลี้ยงสัตว์ตัวเล็กๆ แทน จะเลี้ยงหนูแฮมก็ใช่ที่ เนื่องจากเคยเลี้ยงแล้วมรณภาพไปรอบหนึ่ง

ขอกล่าวรำลึกถึงหนูแฮมที่เคยตายไปสักเล็กน้อย มันนั้นชื่อ “ลูนาร์” ได้มาจากอาจารย์ชาวฝรั่งคนหนึ่งที่โรงเรียนสอนพิเศษด้านภาษา นัยว่า ให้เลี้ยงซะ แล้วเขียนรายงานภาษาอังกฤษมาส่ง เป็นบันทึกชีวประวัติของหนูแฮมตัวนี้ด้วย หารู้ไม่ ใจจริงนั่นคือ อาจารย์ต้องการกำจัดหนูแฮมดังกล่าว ให้พ้นจากชีวิตของท่านนั่นเอง เนื่องจากมันกัดกัดกัด กัดไม่เลือก จนทำให้เสื้อนักเรียนของข้าพเจ้ามีรูที่กระเป๋าหลายตัว บางท่านอาจสงสัย แล้วจะเอาหนูใส่เสื้อนักเรียนทำไม ข้าพเจ้าขอตอบ ก็เพราะว่า จะเอาไปอวดเพื่อนน่ะสิ มีหนูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ หน้าแพลมๆ ออกมา น่ารักน่าชัง ดูเท่และสะแด่วเป็นอย่างยิ่ง ว่าไหม

ในที่สุด หนูแฮมตัวนั้น ก็ได้สิ้นชีวาวายลง หลังจากข้าพเจ้าไปเข้าค่ายสักอย่าง เป็นระยะเวลานาน โดยลืมเจาะรูกระป๋องให้มันหายใจ ช่างเป็นความสะเพร่าที่บาปนัก เมื่อกลับมาจากค่าย ก็ได้รับเพียงคำพูดว่า “หนูตายแล้ว” เท่านั้น เอเมน.

กลับมาเรื่องปลาต่อ

ถึงแม้ข้าพเจ้าจะไม่สามารถนำปลาใส่กระเป๋าเสื้อไปเยือนที่ทำงานได้ แต่ข้าพเจ้าก็รักปลาทั้งหลายยิ่งนัก แต่เหตุไฉนมันต้องมีอันเป็นไปดังหนูแฮมด้วย ปลาลอตแรกของข้าพเจ้า (เมื่อมันถูกเรียกว่าลอตแรก ดังนั้น มันอายุไม่ยืนแน่นอน) ประกอบไปด้วย ปลาทองสองตัว นามว่า บ๊อบ และ ป๊อบ มันน่ารักมาก เรียกชื่อกันทั้งวัน สมเป็นคู่ครองกันอย่างยิ่ง นอกจากปลาทองแล้วก็มีปลาบอลลูนอีกหกตัว เป็นสีดำห้า สีขาวหนึ่ง ที่ให้มีสีขาวตัวเดียว เพราะข้าพเจ้าอยากให้มันเป็นหัวหน้า ปกครองประชาปลาสีดำทั้งหลาย แต่ข้าพเจ้าลืมคิดไปว่า ปลานั้น เห็นเล็กๆ แบบนี้ ก็มีการเหยียดผิวได้เหมือนกัน ดังนั้น เจ้าปลาขาวจึงไม่ได้เป็นหัวหน้าสักครั้ง จนจบชีวิต

ด้วยความเขลาของข้าพเจ้า ที่ไม่ฟังคำเตือนของคนขายจวบจนเพื่อนสนิทมิตรสหาย ว่า ปลาทองมันใจเสาะ เลี้ยงยาก และสกปรกอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจซื้อปลาทั้งหมดไว้ในตู้เดียวกัน ผ่านไปสองวัน น้ำในตู้เหลืองอ๋อยราวกับปัสสาวะ มันคือเมือกของปลาทองหรืออะไรสักอย่าง ที่หลุดออกมาอย่างรวดเร็ว และเป็นปฏิกูลต่อน้ำ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจเปลี่ยนน้ำหนึ่งครั้ง ผ่านไปสามวัน บ๊อบก็ลาชีวิต เนื่องจากทนเหม็นของเสียตัวเองไม่ไหว น้ำนั้นหรือก็เป็นดั่งของโสโครกอีกคราวนั่นคือเหม็นโฉ่วโฉ่วและเหลืองทานตะวัน

“สัตว์ประเภทหนึ่งนั้น ปลาทอง
เลี้ยงไป่ไร้ครรลอง ม่องได้
ยามตายก็ตัวพอง ลอยอืด
ปลาอื่นตายตามไซร้ ทั่วหล้า ลาที.”

เทศกาลสงกรานต์นั้นทำให้ข้าพเจ้าได้กลับบ้านเกิด และทำให้ปลาทั้งหลายกลับบ้านเก่าด้วย

ข้าพเจ้านั้นสะเพร่านัก ทิ้งป๊อบและปลาขาวดำทั้งหมดไว้ (ปลาขาวดำ เรียกแบบแนวๆ ว่า ปลาคลาสสิกหรือปลานัวร์) โดยให้อาหารที่คาดว่าเพียงพอ และคิดไปอย่างเข้าข้างตนเองว่า มันคงรอด มันคงมีสันชาตญาณของมันในการเอาตัวรอด ไฉนได้ เมื่อกลับมายังห้อง ข้าพเจ้าพบประสบการณ์ลอยตุ๊บป่องเต็มตู้เป็นครั้งแรก กลิ่นนั้นก็ให้คลื่นเหียนนัก ยังดีที่ว่า ปลาสีดำรอดมาได้สามตัว ส่วนสีขาวนั้นหรือ.. ก็เป็นดั่งคนขาวซึ่งปรับตัวไม่เก่ง..​เป็นปลาบอลลูนสมใจ บอลลูนป่องออกมาท้องแทบปริ นัวร์สมฐานะของมัน

ข้าพเจ้ายังไม่เข็ด..

อ่านต่อตอนหน้า พบกับชะตากรรมของปลาลอตใหม่ ใน เดอะฟิช ซีซั่นสอง

ปล. จริงๆ แล้วคำว่า ฟิช ที่แปลว่า ปลา ไม่ต้องเติม เอส เมื่อเป็นพหูพจน์ แต่ในกรณีนี้ เติมเอส ได้ เนื่องจากมีหลายชนิดด้วย เด็กไทย จงจำไว้ให้ดีถึงไวยากรณ์ดังกล่าว.