Superman Returns
in Light Stuff

Cool!, but I think a little bit too ..cold.. (for me I rate this 87%)
รีวิวอย่างสั้นเพราะต้องรีบนอน (ไว้มีเวลาจะมาเขียนต่อ ถ้ามีนะ)
- เจมส์ มารส์เดน เด่นมากๆเลย! สมแล้วที่ทิ้งไซคลอปมาเล่น
- เคต บอร์สเวิร์ธ กับ แบรนดอน เราท์ นี่ก็โอเคนะ แต่รู้สึกว่า แบรนดอน จะไม่ค่อยมี charisma
อาศัยหน้าหล่อ - เควิน สเปซีย์ นี่ขโมยซีนอย่างสุดยอดด้วยความกระแดะส่วนตัว
- พาร์คเกอร์ โพซีย์ คนที่แสดงเป็นคิตตี้ นี่ก็เล่นดีมากๆๆ ชอบเป็นพิเศษเลย
บางคนอาจจะคิดว่า undefined ข้างบนคืออะไร.. มันคือเว็บไซต์ทางการของ superman เมื่อเปิดด้วย firefox ไงล่ะ.. เอวัง… (แล้วก็เข้าหน้าต่อไปไม่ได้เลย)
[บทสัมภาษณ์ผู้กำกับ Bryan Singer ด้านใน]
ผมได้รับบทสัมภาษณ์ทำนองนี้มาบ่อยมากครับ ในฐานะเว็บมาสเตอร์ เนื่องจากค่ายหนังต่างๆ ส่งมาเพื่อให้ช่วยประชาสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ค่อยได้ีมีโอกาสเอามาให้คนอื่นอ่านเสียที
จริงๆ แล้วน่าจะหาอ่านได้ตามสื่อต่างๆ ทั่วไป แต่ถ้าอยากอ่านอีก ถ้ามีเรื่องไหนส่งมาจะเอามาลงกัน (จริงๆ มีบทสัมภาษณ์ของทุกคนในทีมซุปเปอร์แมนเลยนะเนี่ยแต่จะยาวมาก)
ไบรอัน ซิงเกอร์ (ผู้กำกับการแสดง/ผู้อำนวยการสร้าง)
คำถาม และคำตอบ
คำถาม: คุณมีความเคารพในภาพยนตร์ซูเปอร์แมนหลายเรื่องที่กำกับการแสดงโดยริชาร์ด ดอนเนอร์ มาแล้วก่อนหน้านี้
ไบรอัน ครับ ใช่ ผมต้องเรียนรู้อย่างมากมายตอนที่ทำภาพยนตร์เรื่อง X-Men และนั่นเป็นประวัติศาสตร์ที่แน่นอนว่ามันเกิดมาก่อนผมและจะอยู่ต่อไปอีกหลังจากผม และมันก็เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผมในฐานะผู้รักษาความเป็นซูเปอร์แมนในจักรวาล นี้ที่ผมจะต้องให้ความเคารพในความเป็นเขา และในเวลาเดียวกันนั้นผมก็ได้พยายามใส่ความคิดของตัวผมลงไปในตัวละคร และผมไม่ได้พยายามที่จะคิดค้นมันขึ้นมาใหม่ก็แค่พยายามทำให้มันสมบรูณ์แบบมากยิ่งขึ้น
คำถาม: อะไรคือคำถามที่คุณได้ยินอยู่เสมอ ๆ ?
ไบรอัน โอ้ ดูก่อนนะ “ทำไมต้องเป็นหน้าใหม่ ?” คือผมมองความเป็นซูเปอร์แมนว่ามีความยิ่งใหญ่กว่าความเป็นนักแสดง และผมมีความคิดว่าถ้านักแสดงที่มีชื่อเสียงมารับบทบาทของซูเปอร์แมน มันเป็นความตั้งใจของผม ที่จะมองหานักแสดงหน้าใหม่สำหรับบทบาทนี้ เขาจะต้องมีความรู้สึกว่าเขานั้นได้ก้าวออกมาจากความคิด หรือความทรงจำของคุณกับความเป็นตัวตนของตัวละครนี้ และผมคิดว่าส่วนใหญ่ของสำนึกนี้นั้นคือการ์ตูน ผลงานซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ของจอร์จ รีฟส์ การแสดงของคริสโตเฟอร์ รีฟ ภาพยนตร์เรื่อง Smallville และทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นภาพลักษณ์ของซูเปอร์แมนที่ทุก ๆ คนมีอยู่ในหัวซึ่งแตกต่างกัน และสิ่งที่ผมได้ค้นพบมันด้วยตัวเองด้วย
คำถาม: การคัดเลือกตัวแสดงมีความสำคัญอย่างไร ?
ไบรอัน การคัดเลือกตัวแสดงคือทุกสิ่งทุกอย่างครับ
คำถาม: คุณรู้ได้เลยหรือเปล่าตั้งแต่ที่ แบรนดอน เดินก้าวเข้ามาว่า เขานี่แหละจะรับบทซูเปอร์แมนได้ ?
ไบรอัน ผมมองไปที่เขา เขามีบางส่วนที่มาจากเทปที่เขาส่งมา ผมได้ดูชายหนุ่มมากมายจากในเทปแต่สำหรับผมแล้วส่วนใหญ่มันต้องมาจากการได้พบปะกัน ผมจะไม่บอกว่าการคัดเลือกตัวแสดงเป็นงานในส่วนที่ผมชอบ แต่ผมก็ได้พัฒนาความชำนิชำนาญนี้มานานหลายป ีและผมก็ประสบความสำเร็จกับนักแสดงที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก ในบทบาทสำคัญในงานภาพยนตร์ของผม เพราะงั้นผมจะไม่มีความประหม่าเลย ในกรณีของแบรนดอนเราได้เจอกันในคอฟฟี่ชอป ก่อนที่ผมจะบินไปออสเตรเลียเพื่อดูสถานที่ถ่ายทำ และผมก็จะมีกฏเกณฑ์ในการที่จะพบปะกับใครในสองสามนาทีแรกที่ได้เจอเขาว่า “โอเค เขาไม่ใช่คนที่เรามองหาหรอก” และจากนั้นทีละเล็กละน้อยจากการได้พูดคุยและการโต้ตอบกันและจากสิ่งที่ผมรวบรวมได้จากบุคคลิกภาพของเขา ความเป็นตัวตน เสียงและรูปลักษณ์โดยทั่วไปของเขา ว่าเขาจะสวมบทบาทนี้ได้ และผมจะใช้ความเป็นตัวตนของเขาที่เข้ากับ ความรู้สึกที่ผมมองเห็นความเป็นซูเปอร์แมนในภาพยนตร์เรื่องนี้
คำถาม: มันเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าถึงลิขสิทธิ์ แบรนโดหรือเปล่า ?
ไบรอัน ครับ ไมค์ เมดาวอยซึ่งเป็นตัวแทนของทรัพย์สินของแบรนโด และเราก็ได้เจรจากันกับเขาและพวกเราก็ใจกว้างพอ ที่จะอนุญาตให้เราทำมันได้ซึ่งในการนี้จะต้องมีการไว้เนื้อเชื่อใจกันในระดับหนึ่ง รวมทั้งในความเป็นจริงที่ว่าผมจะทำมันออกมาด้วยความเคารพ มันเป็นความตื่นเต้นและทันทีที่เราได้ไฟเขียวที่จะได้ผ่านในส่วนของ ADR และได้ดูในทุกอย่างที่ดอนเนอร์ได้ทำมาก่อน มันเป็นความพิเศษ ผมได้เห็นข้อบกพร่องที่มหัศจรรย์ของแบรนโด และผมคิดว่าในบางครั้งในสารคดีของพวกเราในตอนจบ ถ้าพวกเขาให้สารคดีกับคุณและสารคดีที่ผมทำเรื่อง Look! Up in the Sky! The Amazing Story of Superman และเครดิตจะมีเรื่องข้อบกพร่องที่พวกเราได้รับอนุญาตนำเสนอออกมาน้อยมาก และภาคที่มีความยาวจะอยู่ในส่วนของ ดีวีดี และผมอยากจะแนะนำให้คุณดูภาคที่มีความยาวสองชั่วโมง ถ้าคุณทำได้ มันเข้าใจง่ายและสนุกมากที่ได้มีส่วนร่วมในมัน
คำถาม: คุณได้คุยกับริชาร์ด ดอนเนอร์บ้างหรือเปล่าก่อนที่จะทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ?
ไบรอัน โอ้ครับ มันเป็นเพราะความเกื้อกูลของเขาที่ทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมได้พูดคุยเกี่ยวกับการทำภาพยนตร์เรื่องนี้เมื่อสามปีที่แล้วในห้องของโรงแรมในออสติน เท็กซัส โดยได้คุยกับตัวเขาและภรรยาของเขาคือ ลอว์เรน ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างเรื่อง X-Men และผมก็บอกว่า “คุณจะคิดอย่างไรถ้าผมจะทำหนังเรื่อง ซูเปอร์แมน” การตอบรับในตอนแรกของเขาเป็นแบบ “ผมชอบนะ มันจะต้องยอดเยี่ยม แล้วคุณจะทำมันออกมาอย่างไร?” และผมก็บอกว่า “ผมก็จะบอกเล่าเรื่องราวของคุณขึ้นมาใหม่ ผมคิดว่ามันมีความคลาสสิค ผมจะบอกเล่าการกลับมาของเขา” และพวกเราก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ในห้องที่โรงแรมสักชั่วโมงเห็นจะได้ และผมก็นำเสนอความคิดของผม: ซูเปอร์แมนต้องจากไป; เขาอาจจะอยู่ที่ฟาร์มของเขา หรืออาจจะอยู่ที่ไหนก็ได้; และจากนั้นเขาก็กลับมาในชีวิตเดิมของเขาและทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป; ลูอิส เลนก็เปลี่ยนไป และนั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดได้ในชั่วขณะนั้น และคุณจะคิดว่าอย่างไรเกี่ยวกับมันกันล่ะ? และเขาก็คิดว่ามันเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากและเต็มตื้นกับมันและถ้าเขาไม่บอกกับผมในห้องโรงแรมวันนั้น ผมคงจะไม่สานต่อความคิดนี้ ผมมีความเคารพในเพื่อนร่วมทำภาพยนตร์ทุกท่านและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ริชาร์ด ดอนเนอร์ และจากนั้น เขาก็ยอดเยี่ยมมาก ผมได้รับข้อความแสดงความยินดีครั้งแรกตอนที่ผมได้เซ็นสัญญามันเป็นแฟ๊กซ์ที่ผมได้รับจากเขา และเราก็ได้พูดคุยกันบ้าง ผมจะวิ่งโร่ไปหาเขา และเขาก็จะให้ดูบางส่วนที่เป็นส่วนรีคัทของเขาจากเรื่อง Superman II ซึ่งมันยอดเยี่ยมมากทีเดียว
คำถาม: คุณอยากจะให้มันออกมาเป็นอย่างไรกับภาพยนตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ
คุณ ?
ไบรอัน ผมทราบ เมื่อได้มองกลับไปยังภาพยนตร์และภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ที่ผมได้ทำที่ผ่าน ๆ มาผมจะมองเห็นความเป็นเอกลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ผมคิดว่ามนุษย์นั้นมีความซับซ้อน พวกเขาจะเหมือนกับหัวหอม คุณลอกเปลือกออกทีละชั้นและจะเห็นได้ว่ามันมีอะไรที่แตกต่างอยู่เสมอ และยังมีการเปลี่ยนแปลงจากวันหนึ่งไปอีกวันหนึ่ง มันเป็นอะไรที่ผมสังเกตุเห็นเมื่อมองกลับไป คนพิการที่ในความเป็นจริงแล้วเป็นผู้นำทางความคิดของบรรดาอาชญากร; ชายแก่ที่อยู่ข้างบ้านเป็นพวกนาซีหรืออาชญากร; พวกกลายพันธุ์ที่อยู่ท่ามกลางพวกเราในแมนชั่นที่เวสต์เชสเตอร์; และในตอนนี้ คลาก เคนท์ที่ปลอมตัวเป็นซูเปอร์แมนหรือแม้กระทั่ง ด็อกเตอร์ เฮ้าส์ซึ่งมีหัวใจอยู่ที่นั่น มันเป็นชุมชนใหญ่ที่มีความคิด ผมคิดว่าความซับซ้อนของผู้คนนั้นทำให้ผมสนใจ; และภาพยนตร์ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ในบางครั้งหรือ รายการโชว์ทางทีวีที่ออกมาต่อเนื่องแต่ก็ยังอิงในความซับซ้อนนั้น ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ผมมีความภาคภูมิใจและอิ่มเอิบใจกับมัน และในแบบนั้นผมจะทำมันให้ไม่แจ่มชัดระหว่าง “ภาพยนตร์อิสระ” และการทำภาพยนตร์ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
คำถาม: คุณต้องไปพบปีเตอร์ แจ็คสันในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง King Kong หรือเปล่า ?
ไบรอัน ปีเตอร์และผมและพวกนักแสดง พวกเราได้ทานอาหารเย็นด้วยกันในคืนก่อนหน้านั้น และปีเตอร์กับผมก็อยู่กันต่อในเวลาหลายชั่วโมงในช่วงการเตรียมงาน และคุยกันเรื่องการวางตลาดภาพยนตร์จะทำกันอย่างไรและอนาคตของภาพยนตร์ ที่ทำการตลาดเรื่องอินเตอร์เน็ตและเวบบล็อคของเรา พวกเรามี kingisking.com รวมทั้งยังมีเวบล็อคที่อยู่ทาง bluetights.net และผมไม่ต้องการที่จะเสนอแนะมันเพราะมันเป็นฉากของเขาและเป็นภาพยนตร์ของเขาแต่ผมก็ยังได้คิดเกี่ยวกับมัน และจากนั้นเขาก็พูดว่า “ทำไม่คุณไม่มาหาผมพรุ่งนี้ล่ะ แล้วจะได้คุยกัน” จากนั้นเราก็พูดว่า “เอาล่ะและแน่นอนว่าเราทำได้” จากนั้นเราก็บ่มเพาะความคิดประหลาดนี้ เพราะงั้นในวันต่อมา เขาต้องตกใจจาก Sleep Filmmaker และผมก็ได้ไปที่ฉาก แต่ส่วนที่น่ากลัวที่สุด คือเขาแค่บอกบรรดาผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขาเท่านั้น และเมื่อผมได้เดินเข้าไปและกำกับการแสดง ทีมงานยังไม่รู้กันเลยว่าผมเป็นใครแล้วผมเข้าไปทำอะไร และมีคนหนึ่งแบบว่า “ใครเข้ามาในนี้น่ะ ?” และนั่นมันเป็นเหตุการณ์จริงและบทสนทนาระหว่างเราสองคนก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่มันเกิดขึ้นสองวันต่อจากนั้นและจากนั้น ริชาร์ด แบรนสันก็มีส่วนในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เขาได้อยู่ในฉากและทีมเสื้อผ้า เพราะงั้นผมได้ทำให้ริชาร์ด แบรนสันเข้ามามีส่วนร่วมด้วยและเขาก็ยังได้เขียนเวบบล๊อคส่วนตัวและยังได้แฟรงค์ ดาราบ้อนท์ และมันก็กลายมาเป็นสิ่งละอันพันละน้อยที่ยอดเยี่ยมที่จนทุกวันนี้ผมยังต้องอธิบายให้กับหลายคน “ไม่นะ ผมไม่ได้กำกับการแสดงเรื่อง King Kong คุณต้องลบมันออกจากประวัติ IMDb ของผม” ผมสบายอยู่แล้ว ผมรู้สึกเป็นเกียรติ ผมรู้สึกตัวลอย มันเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ แต่ในความเป็นจริงก็คือ ถ้าผมพยายามที่จะกำกับหนังของปีเตอร์ แจ๊คสัน พวกเขาไล่ผมออกแน่
คำถาม: คุณได้ลองสวมชุดบ้างหรือเปล่า ?
ไบรอัน จริง ๆ เลยนั้นคือเปล่า ไม่เคยเลยตอนที่เราถ่ายทำภาพยนตร์กัน ไม่นานนี้ผมได้ขึ้นปกนิตยสาร Wired Magazine และในช่วงที่มีการถ่ายภาพ พวกเราอยากที่จะทดสอบความคิดของการถ่ายภาพของผมอย่างที่ใส่เครื่องแต่งกายของคลาก เคนท์และจากนั้นก็กำลังเปิดชุดสูทออก เลยทำให้ผมต้องใส่ชุดนั้นข้างในเป็นครั้งแรก ผมดูแย่มากตอนที่ใส่มันและมันยังทิ่มผมในทันที และอีกอย่างหนึ่งก็คือเวทีมันหนาวมาก ๆ แต่ชุดมันทำให้ผมอุ่นขึ้น ในคืนที่เราต้องถ่ายทำกันในซิดนีย์ ที่เราเลยต้องหยุดรถกันนั้น มันเป็นคืนที่หนาวเย็นจริง ๆ ผมรู้สึกแย่แทนแบรนดอน แต่ตอนนี้ผมไม่รู้สึกแย่เท่านั้นแล้วเพราะผมคิดว่าเขาต้องอุ่นกว่าพวกเราทุกคนแน่ ๆ เลย
คำถาม: พวกเราจะได้ดูแบบที่ตัดต่ออย่าง เต็มรูปแบบจากในดีวีดีหรือเปล่า ?
ไบรอัน ครับและนี่เป็นแบบที่ตัดต่อ อย่างเต็มรูปแบบของหนังในส่วนนั้น ในโลกของผม มันจะไม่มีแบบที่ตัดต่อ โดยผู้กำกับการแสดงหรือตัดต่ออย่างเต็มรูปแบบ มันจะมีแต่ส่วนที่เป็นหนัง; มันจะมีส่วนที่ผมทำมันให้สมบูรณ์ซึ่งผมไม่คิดว่ามันจำเป็นจะต้องมีอยู่ในดีวีดี และในอนาคตผมจะนำมันออกมาในจุดหนึ่ง แต่ในเวลาหนึ่งในส่วนที่เป็นเนื้อหาของภาพยนตร์ในตอนนี้มันไม่เป็นผมอย่างสิ้นเชิง และมันจะต้องมีความกล้าที่จะพูดออกมาว่า “คุณรู้ไหมว่าผมต้องเอาตอนนี้ออก” เพราะงั้นบางทีมันอาจจะมีชีวิตอยู่ในที่ไหนสักแห่ง ครับมันจะต้องมีบางฉากที่ต้องเอาออกไปอะไรทำนองนั้น แต่ไม่นะครับมันจะมีขั้นตอนและช่วงที่ได้กลับไปยังดาวคริพตัน ส่วนที่เป็นรายละเอียด ซึ่งหวังไว้ว่าว่าได้พบชีวิตในที่ไหนสักแห่ง เพราะงั้นผมได้ทำให้มันสมบูรณ์เอาจริง ๆ แต่ผมมีความรู้สึกเต็มที่กับขอบข่ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ ว่ามันไม่ถูกต้องเท่าไร

นัท on 29 Jun 2006 at 8:12 am #
เราก็จะไปดูวันเสาร์เหมือนกัน อยากจะไปดูที่ IMAX
NaWaN on 30 Jun 2006 at 5:44 pm #
อยากดูเหมือนกัน แต่ยังไงก็ลองเข้าไปเล่นเกมกันก่อนได้
http://game.deedeejang.com/superman/index.html
pat on 02 Jul 2006 at 11:10 pm #
เรื่องนี้ ยังไม่ได้ดูเลยแฮะ แต่ว่า อาทิตย์นี้ ต้องไปดู แคริบเบียน อะ หุหุ :s
ข้าวปุ้น on 05 Jul 2006 at 11:50 am #
ดูเมื่อคืนวันอาทิตย์แระ
ดูเพลิน ๆ
ไม่ถึงกับห่วย
แต่ก็ไม่ดีเยี่ยม
เก่ง on 06 Jul 2006 at 3:19 am #
ยังไม่ได้ไปดูเลยครับ
เจ้าชายน้อย on 06 Jul 2006 at 8:13 am #
ไปดูมาแล้ว ก็ทำได้ดีนะครับ แต่สงสารซุปเปอร์แมนนะ ดันให้ลูอิส เลน แต่งงานกะหนุ่มอื่นซะงั้น แต่ก็เข้าใจหัวอกผู้หญิงนะ หายไปห้าปี ไม่บอกไม่กล่าว ไม่ส่งข่าวคราว คงไม่มีสาวคนไหนบ้ารอหรอก แล้วตัวเองก็ไม่ได้ตกลงเป็นฟงเป็นแฟนกับซุปเปอร์แมนเค้าตั้งแต่ทีแรกเมื่อไหร่กัน เกิดรอไป แล้วซุปเปอร์แมนกลับมาพร้อมซุปเปอร์เกิร์ล ไม่ยิ่งร้าวเข้าไปใหญ่เรอะ
แต่สุดท้าย เข้าใจยิ่งกว่า เธอท้องนี่เอง เลยต้องรีบหาพ่อให้ลูก แต่มุขนี้ผมว่ามันร้ายเกินไปนะครับ กลายเป็นว่าความรู้สึกที่ดี ๆ ต่อ ลูอิส ดรอปลงนิดนึงเลย สงสาร ไซคลอป (เอ้ย คนละเรื่อง) แล้วบทแก ก็เป็นคนดี โคตร ๆ เผลอ ๆ จะรู้ด้วยซ้ำ ว่านั่นไม่ใช่ลูกตัวเอง แต่ก็แกล้งโง่
ตอนแรก คิดขำ ๆ เออ ดีเว้ย ไม่เอาซุปเปอร์แมน แต่ก็ได้ X-Men มาเป็นสามี
iannnnn on 08 Jul 2006 at 4:51 am #
ไปดูมาแล้วเช่นกัน
น่าให้แหม่มเป็นนางเอก
แชมป์ on 10 Jul 2006 at 10:01 pm #
ฮา