ไปดูมาแล้วครับ ผมอ่านหนังสือแล้ว เลยรู้สึกว่าไม่สนุกนัก คำวิจารณ์ต่อไปนี้อาจจะสปอยล์นะครับ

  • ช่วง 30% แรกของหนัง ดำเนินตามหนังสือค่ิอนข้างจะแบบฉากต่อฉากเลย มีแก้เฉพาะรายละเอียดนิดหน่อยเท่านั้นครับ คนที่อ่านหนังสือแล้วจะค่อนข้างเห็นภาพตามหนังสือเป๊ะๆ
  • ช่วง 40% กลางของหนัง จะมี flashback ค่อนข้างมาก ทำให้คนที่ไม่ตั้งใจดูพลาดตรงนี้ไปง่ายๆ รายละเอียดเรื่องประวัติศาสตร์นั้นเยอะและพูดค่อนข้างเร็วมาก ทำให้ผมคิดว่า ถ้าผมไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนต้องแปลความได้ไม่ครบแน่ๆ
  • ช่วง 25% ต่อมานั้นบิดเบือนไปจากหนังสืออย่างร้ายแรง แต่ถ้ายอมรับได้ ก็สนุกเหมือนกันครับ
  • ส่วนปิด 5% นั้นบรรยายตาม epilogue ในหนังสือแบบเป๊ะๆ เลยครับแต่รู้สึกไม่ค่อยยิ่งใหญ่

รวมๆแล้ว ก็ถือว่าไม่สมกับที่รอคอย แต่ถ้าไม่ได้รอคอย ก็มีความสนุกอยู่บ้างครับ (งงไหม) ก็คือถ้าไม่ตั้งความหวังมากก็โอเคครับ แต่ที่น่าหงุดหงิดคือโรงหนังที่ไปดู (SFX Ladprao) นั้น จากรอบ 20.00 กว่าจะฉายจริงก็ 20.45 อะครับ รอนานมากๆ จนคนบ่นเลย แต่ก็พอจะเข้าใจว่า สาเหตุของการรอครั้งนี้น่าจะมาจากการที่เปลี่ยนนโยบายไปมา (ฉาย-ไม่ฉาย-ตัด 10 นาที-ไม่ตัด 10 นาที)

สำหรับเรื่องที่มีความวุ่นวายก่อนฉายนั้น ผมได้อ่านในเฉลิมไทย (พันทิพ) แล้วเห็นบางคนก็มีความเห็นร้ายแรงมากจนไปพัวพันถึงเรื่องศาสนากันเลย บางความเห็นอ่านแล้วสะดุ้งครับ ใช้คำแรงมาก เช่น “ผมขอสาปแช่งพระเจ้าของคุณ” เป็นต้น จริงๆ แล้วเรื่องหนังแค่ 10 นาทีนี่ไม่น่าจะทำให้มีเรื่องกันได้ถึงขนาดนี้เลยครับ โดยส่วนตัวผมคิดว่า ทุกคนต้องมีเรื่องที่ “ถือ” กันอยู่แล้ว บางคนอาจจะให้ความเห็นว่า “ถ้าสร้างหนังเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าแล้วมีเนื้อเรื่องประมาณนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเขายึดถือที่คำสอน มากกว่ากระพี้พวกนี้ ทำไมชาวคริสต์บางคน ต้องทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ด้วยฯลฯ” แต่ผมคิดว่า นี่อาจจะเป็นสิ่งเขา “ถือ” ก็ได้ (คือถือการนับพระเยซูเป็นเทพ) เหมือนที่ชาวไทยเราถือเรื่อง “หัวเป็นของสูง เท้าเป็นของต่ำ” มาก อย่างเช่นถ้าสร้างหนังแบบนั้น อาจจะไม่รู้สึกอะไรมากก็จริง แต่ถ้ามีรูปภาพเศียรพระถูกเหยียบ หรือรองเท้าตราครุฑขึ้นมาทีหนึ่ง ก็แทบจะประท้วงเอาเป็นเอาตายกัน ดังนั้น ถ้ายึดถึงเรื่องการถือไม่ถือนี้ ก็น่าจะทำให้เข้าใจกันมากขึ้นว่าบางเรื่องที่เรายอมได้ บางคนอาจจะไม่ยอมก็เป็นได้
กลับมาถึงเรื่องตัวหนัง พอไปดูจริงๆ แล้ว ผมเองไม่รู้สึกว่าลบหลู่มากมาย โดยเฉพาะบทพูดนั้น โรเบิร์ต แลงดอน ตัวละครของทอม แฮงค์ ได้ย้ำเสมอๆ ว่า “ความเชื่อนั้น เป็นสิ่งแล้วแต่ที่ใจจะคิด” และบทสนทนาก็มีท่าทาง ปกป้องศาสนาคริสต์ตลอด (คิดว่านะครับ) แต่อย่างไรก็ตามถ้าพูดในฐานะคนดูหนังแล้ว คิดว่าหนังค่อนข้างแห้งแล้งไปหน่อย เนือยๆ และไม่เร้าใจเท่าไหร่ (ย้ำว่า อาจจะเพราะอ่านหนังสือมาก่อนแล้วก็ได้)

จาก Rotten Tomatoes หนังเรื่องนี้ได้ 15% ครับ นักวิจารณ์ไม่ชอบใจกัน ส่วนใหญ่นักวิจารณ์จะอ่านมาก่อนนะครับ
จาก Chubby’s review ได้ 100% เลยครับผม แสดงว่าการอ่านมาก่อน-ยังไม่ได้อ่าน มีผลมากๆ เลย

บลอคนี้เขียนเพื่อตอบ บลอคของพี่บิ๊ก ครับ