Archive for October, 2006

ขอเปลี่ยน!

ลองเปลี่ยน category เพราะว่ารู้สึกว่าของเดิมจะ ambiguous สุดยอด เลยเปลี่ยนใหม่เป็น 4 อัน

  • Design ดีไซน์ เว็บ สวยๆ งามๆ usability สุมๆ กันในนี้ให้หมด
  • Hard Drive พวกเรื่องเทคนิคต่างๆ เขียนโปรแกรม ลองสคริปนู่นๆ นี่ๆ ไว้ที่นี่ได้ฯลฯ
  • Light Stuff หนัง เพลง เกม การ์ตูน ปู๊นๆ
  • Short But Fun เป็นเขม่าความคิดเฉยๆ ไม่ได้เป็นเรื่องๆ

กฏของ category
บางเรื่องอาจจะเป็นทั้ง Design กับ Hard Drive (เช่นการดีไซน์แต่ต้องการโค้ด หรืออธิบายทางเทคนิค) แต่คิดว่าจะไม่มี combination แบบอื่นๆ เช่น Hard Drive กับ Light Stuff นี่ผสมกันไม่ได้อยู่แล้ว.. ถ้าเป็น Design + Short จะอยู่ใน Design เพราะมี priority สูงกว่า

Design - priority = 2
Hard Drive - priority = 2
Light Stuff - priority = 1
Short But fun - priority = 0

การจัด priority นี้คิดจาก “จำนวนเรื่องที่เขียน” เนื่องจากต้องการถัวให้ทุกๆ cate มีน้ำหนักเท่าๆ กัน ไม่ใช่ว่า design มี 1 เรื่องก็จะเซ็งจิตไปหน่อย ส่วนเรื่องที่เป็น Short ต้องมีเยอะแน่ๆ เพราะเราขี้เกียจเขียนยาว แต่ design กับ hard drive นั้นจะมีน้อย หากเข้าข่ายนิดๆหน่อยๆ ก็จัดๆ เข้าไปเหอะ จะได้ดูมีสาระกะเค้าบ้าง (แค่คิดแค่นี้ก็ดูไร้สาระแล้ว)

ปัญหาของ wordpress
ปัญหาที่พบคือเวลาจะเปลี่ยน category ใน wordpress ต้องเข้าไปที่หน้า edit post แล้วถึงจะเปลี่ยนได้.. ลำบากมาก น่าจะทำให้เปลี่ยนที่หน้า manage post ได้เลย? แต่อาจจะทำให้รกในหน้านั้นไปอีก

ด้วยปัญหาดังกล่าว ทำให้ยัง map ของเก่ามาไม่เสร็จ .. ขอผัดไปก่อน เอวัง.. (ผัด เขียนแบบนี้ถูกแล้ว ไม่ใช่ ผลัด (เสื้อผ้า))

อนาคต
จะเปลี่ยน theme ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากเบื่อแล้ว

Bliss @ Book Fair

bliss.jpg

เมื่อวานมีใบปลิวจาก Bliss ส่งมาที่บ้าน

Bliss เป็นสำนักพิมพ์ที่มีหนังสือแปลจากภาษาญี่ปุ่นออกมาจำหน่าย มากที่สุดในประเทศเลยมั้งครับเท่าที่เห็น ส่วนใหญ่จะเป็นแนว ลึกลับ สืบสวนสอบสวน ฆาตกรรม แล้วก็ Heart-warming อีกนิดหน่อย (ขอแปลเป็นไทยว่า “หนังสือแนวอ่านแล้วชื่นใจ”) ไปงานหนังสือทีไร ก็หมดเงินกับบูธนี้มากที่สุดทุกที คราวที่แล้วเสียเงินไปราวสองพัน เขาส่งฟอร์มมาให้กรอกชื่อกับที่อยู่ บอกเพียงว่า “เดี๋ยวจะมีบัตรลดส่งไปให้ค่ะ” รอแล้วรอเล่า ก็ไม่เห็นมาสักที จนลืมไปแล้ว

แต่แล้วเมื่อวานมันก็มา มาพร้อมกับใบปลิว

ครั้งแรกก็คิดว่าเป็นรายชื่อหนังสือธรรมดาๆ (ซึ่งแค่นั้น ก็ดีใจแล้วเพราะจะได้รู้ก่อนว่ามีหนังสืออะไรออกบ้าง จะได้เตรียมตังค์ เตรียมใจไปถูก) แต่ครั้นพลิกด้านหลัง ก็พบกับ “บัตรลด 30%”!!! ดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าสมมติซื้อ 2000 ก็คือลดไปถึง 600 บาทเชียว ทำให้ซื้อได้เพิ่มอีกสักสามเล่ม D ถือว่าเป็นแคมเปญที่ถูกใจผมมากๆ คิดแล้วสำนักพิมพ์อื่นน่าจะทำบ้าง อย่างน้อยก็ได้ loyalty เพิ่มขึ้นนะ

ปล. บัตรลดนี้ใช้ได้สามวันสุดท้าย คือวันที่ 27-28-29 เท่านั้น กะจะไปวันที่ 28 (ก่อนหน้านั้น ก็อาจไปเซอร์เวย์สำนักพิมพ์อื่นๆ สักรอบก่อน)

Web 2.0 Bible

ต่อไปนี้เป็นเพียงข้อสังเกตเท่านั้น ว่าเว็บ 2.0 ส่วนใหญ่..

  1. ใช้เอฟเฟกต์ พื้นเปียก (สะท้อนเงาราวแอปเปิล) ตัวอย่าง : หาได้ทั่วไป .. เพราะมันทำง่ายจนสามารถใช้ สคริป ทำได้เลย แถมยังดูดีได้ง่ายด้วย
  2. ต้องมี gradient ในโลโก้ เหมือนไอคอนของแมค อันนี้ขาดไม่ได้จริงๆ เพราะเหมือนเป็น trademark ว่าชั้นเป็น 2.0 นะ
  3. มีเว็บที่ใช้ ใบไม้ ดอกไม้ เป็นโลโก้ เยอะ
  4. ดอกจันก็ฮิตเหมือนกัน เพราะมันอยู่บนคีย์บอร์ดนี่เอง ทำง่าย
  5. ต้องใช้ฟอนต์เพรียวๆ ดูทันสมัย ฟอนต์ที่เป็นลายมือสมัยเก่า (script) นี่ไม่มีเลย ไม่ได้เลย ผิดยุค
  6. โลโก้นั้นรักที่จะเป็นตัวอักษรเล็ก
  7. ถ้าชื่อเว็บมีสองคำ โลโก้จะเป็นได้สองอย่าง อย่างแรกคือ สองคำนั้นใช้สีต่างกัน อย่างที่สองคือคำหนึ่งตัวหนา อีกคำหนึ่งตัวบางปกติ
  8. ใช้สีสด และฮิตสีชมพู.. หรือว่าคนทำจะอินเลิฟ
  9. ใช้คำที่สั้นๆ เหมือนคำอุทาน บางคำอาจไม่มีความหมาย : riya, rollyo, kiko, vimeo, pando เอ่อ.. รู้สึกจะฮิต สระ โอ้ ลงท้ายซะด้วย แต่สำหรับคนใช้แล้วรู้สึกจะจำยาก
  10. มีคำว่า beta หรือ alpha ในวงกลมแฉกๆ.. เป็นเทรนด์
  11. แต่ละเว็บจะเสนอบริการเพียงอย่างเดียว เช่น จะปฏิทินก็ทำไปอย่างเดียว จะแชร์รูปก็ทำไปอย่างเดียว ไม่มาแบบเหมารวมว่าทำได้หลายอย่าง แต่จะเน้นความลึกของบริการ กับการ integrate ไปสู่อย่างอื่นได้ export ไปนู่นนี่ได้หมด ถ้ารักจะทำหลายอย่าง หลายฟังก์ชันจะลงทุนแยก domain ไปอีกอัน นัยว่าสร้างแบรนด์ง่ายกว่า
  12. หน้าแรกจะไม่ค่อยมีอะไร แค่ีมีโชว์ว่าเป็นเว็บอะไร ตัวอย่างนิดหน่อย แล้วก็ส่วนสมัคร รวบรัด ไม่เยิ่นเย้อ อาจจะมีคำชมจากจอร์จ และ ซาร่า เล็กน้อย ว่าดีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เห็นก็ชมไปซะทุกเว็บแหละ ว่า innovation บ้าง revolutionary บ้าง
  13. ใช้พวก webpart ไม่มากก็น้อย (แบ่ง content เป็นส่วนๆ แล้วให้ user drag drop ไปวางนู่นนี่เองได้)
  14. ถ้าจะประพฤติตนเป็น “หน้าแรก” (คล้าย pageflakes หรือ live.com) ต้องมี widget เช่นดูดวงอยู่ทุกที
  15. บริการประเภทเดียวกันมีเยอะจนล้น ไปอ่านที่ TechCrunch สักสามวันจะเริ่มเบื่อ

ไว้เดี๋ยวหารูปมายืนยันความเชื่อของตนเอง ถ้าว่างนะ :-p

Ajax Load


Link to web

Ajax Load เป็นเว็บที่เอาไว้ทำไอคอน “โหลด” ของเว็บ 2.0 โดยเฉพาะ (ซึ่งเท่าที่เห็นหลายๆ เว็บ ก็ใช้เหมือนๆ กัน อย่างกับเป็นกฏหมาย?) มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่เป็น วงกลมหมุนๆ หรือเป็นแุถบ (คล้ายๆ โพลหน้าร้านตัดผม) ซึ่งสามารถ customize สีได้เองด้วย เหมาะสำหรับคนขี้เกียจทำเอง (เช่นข้าพเจ้า) ที่มีมาให้นั้นส่วนใหญ่ก็จะดูดีมีสกุลรุนชาติ “ดั่งจ้างคนทำ” ดังนั้น นำไปใช้ได้เลย

เว็บนี้ก็มีมุขนิดนึงคือ บนเฮดเดอร์จะแปะคำว่า Beta ไว้ แล้วมีลูกศรชี้ไปบอกว่า “เฮ้! เว็บนี้ก็เป็นเว็บ 2.0 นะ” ..

Test PollDaddy Script


โพลแดดดี๋
ชอบตรงที่ให้ใช้ css ของตัวเองได้ ไม่ต้องไปยึดติดกับ template ของเค้า (แต่ที่มี default มาให้ 10 กว่าแบบก็สวยใช้ได้ทั้งนั้น)

แต่รู้สึกว่าจะโหลดช้านิดหน่อย

พายุ

วันนี้ข้าพเจ้าอยู่บนถนนวิทยุเป็นเวลา 3 ชั่วโมง
ตั้งแต่หกโมงครึ่ง
ถึง..สามทุ่มครึ่ง
เพื่อนของข้าพเจ้าทนไม่ไหว กลับรถในที่สุด นัยว่าไปอีกทาง

..ใช้เวลาเพียงชั่วโมงก็ถึงบ้าน..

« Previous PageNext Page »