Archive for May, 2006

ผิด-สาย

เมื่อเช้านั่งรถผิดสาย (จริงๆ ก็ไม่ผิดหรอก อยากลองเส้นทางใหม่) ปกติผมจะนั่งรถเมล์จากบ้านเพื่อไปลงสถานีรถใต้ดินที่ลาดพร้าวเพื่อต่อไปสุดที่สีลม แต่มีเพื่อนเสนอมาว่า โอ้ จะไปทำไมไกลฉันนั้น ให้ทดลองนั่งรถอื่นๆ ดูดีกว่า และเสนอเส้นทาง 168 เพื่อไปลงที่สถานีพระราม 9 แทน ซึ่งหากสำเร็จจะย่นเวลาได้กึ่งหนึ่ง

แต่ด้วยการกลั่นแกล้งของเทพเจ้าแห่งการจราจร ทำให้รถ 168 คันน้ำเงินที่หมายปองคันนั้นวิ่งผ่านหน้าผมไปเมื่อกำลังเดินออกจากซอย อย่างไรก็ตาม ความพยายามยังทำให้ผมอดทนรอเจ้าสาย 168 นี่เป็นเวลาต่อมาถึงครึ่งชั่วโมง จนความพยายามต่อสู้ความเบื่อไม่ไหว พ่ายไป ทำให้เกิดจิตอุบาทว์คิดอุตริลองนั่งรถแปลกๆ ดู เห็นเบอร์ 113 ผ่านมาบ่อยดีนัก แถมยังเขียนว่า “เพชรบุรี” เสียด้วย ต้องไปลงที่สถานีเพชรบุรีได้แน่ๆ ประหยัดเวลา ฉลาดจริงเรานี่ คิดเข้าข้างตัวเองไปอย่างนั้น

เมื่อคิดสะระตะได้ จึงก้าวขาขึ้นรถ ปอ. 113 คันที่แปดที่ผ่านมาพอดี ขึ้นไปปุ๊บ กระเป๋ารถเมล์สาวเดินมาอย่างฉับไวพร้อมถาม “ลงที่ไหนคะ” ตอบไปอย่างมั่นใจว่า “เพชรบุรี” กระเป๋าถามกลับมาว่า “ช่วงไหนคะ” มันมีช่วงไหนบ้างละเนี่ย “รถไฟใต้ดินอะครับ” ได้ิิยินเสียงตัวเองตอบไปอย่างนั้น

กระเป๋ารถเมล์พูดขึ้นมาว่า “…อ๋อ สถานีอโศก…” (ฟังไม่ผิด มั่นใจ) เมื่อได้ยินดังนั้น เสียงในหัวใจเถียงกันอย่างพัลวัน ฝ่ายหนึ่งว่า “ไม่หรอก สถานีเพชรบุรีนี่แหละถูกแล้ว” อีกเสียงหนึ่ง “แต่เขาเป็นกระเป๋ารถเมล์นะ เขาจะต้องโปรในเรื่องนี้มากแน่ๆ” เสียงแรกจึงเถียงกลับว่า “แต่้ป้ายมันไม่เห็นว่าเหมือนจะผ่านเลยนะ” อีกเสียงหนึ่งก็แข็งกลับมาอีก “อาชีพเขาเชียวนะ เชื่อเขาสักครั้งคงไม่ตาย อย่างร้ายก็ถึงบริษัทไม่ถึงสิบโมงหรอก”

ด้วยความเชื่อมั่นในตัวกระเป๋าสาว ทำให้นั่งลงโดยดี และอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ผ่านรามคำแหง ผ่านเพชรบุรีไป โอ้ นั่นสถานีเพชรบุรีนี่นา แต่ว่าลงไม่ได้แล้ว เพราะรถขึ้นสะพานข้ามแยก ไม่เป็นไร เรายังมีสถานีอโศก (ใต้ดินคือสุขุมวิท) คอยท่าอยู่ ซึ่งถ้ามันผ่านสถานีสุขุมวิทจริงๆ เีนี่ย จะย่นไปได้สองสถานีเชียวนา
เริ่มมาเหงื่อตกเมื่อ โอ้ ราชเทวีนี่มันเข้าสยามแล้วนา MBK อยู่ที่นั่น สามเสนก็แล้ว จะทำอย่างไรดี ลงตรงนี้หรือ ฉับพลันกระเป๋าสาวนางนั้น หันมายิ้มแห้งๆให้ทีหนึ่ง เมื่อเห็นรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก ก็บังเกิดสัจธรรมขึ้นมาทันใดว่า ซวยแล้วกู เอาไงดีเนี่ย แต่ปัญญาบอกเราว่า ให้ไปลง ณ สถานีใต้ดินหัวลำโพง จะได้ต่อกลับมายังสีลม (สองสถานีืคือระยะห่าง) ซึ่งในที่สุดก็ปฏิบัติตามที่คิดได้นั้น และมาถึงบริษัทได้อย่างปลอดภัยในเวลาเก้าโมงสิบห้านาที (ยังไ่ม่สาย ยังไม่สายเท่าไร)

พรุ่งนี้เดี๋ยวไว้ลองใหม่ แต่จะไม่เชื่อใจใครแล้ว..

จนตอนนี้ยังคิดอยู่เลยว่า ตกลงเขาบอกถูกหรือเปล่า ใครรู้บอกที

ปล. search มา มันบอกว่า

จากท่าตลาดมีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ คลองสามวา ถนนสุวินทวงศ์ วัดแสนสุข ถนนรามคำแหง(สุขาภิบาล3) หมู่บ้านบัวขาว รร.เตรียมอุดมน้อมเกล้า สนามกีฬาหัวหมาก ม.รามคำแหง ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ สามแยกเอกมัย สี่แยกอโศก มักกะสัน ประตูน้ำ ราชเมวี พญาไท มาบุญครอง จุฬาฯ สภากาชาดไทย สามย่าน ถนนพระราม4 สุดเส้นทางที่หัวลำโพง

แปลว่าจริงๆ แล้วมันผ่านงั้นเหรอ? แต่ดูแล้ว มันก็ไม่เห็นสถานีสุขุมวิทจริงๆ นะ แต่มันต้องมีทางลงสิ ไม่เข้าใจเหมือนกัน

Black Theme

ดูธีมเดิมจนรู้สึกว่าเขียวไม่สวยแล้ว เลยขอเปลี่ยนเป็นสีดำ+ทอง ดูบ้าง เพิ่มความเรียบขึ้น 200% แทบไม่เปลี่ยน css เลย (เปลี่ยนแต่รูป) ชอบไม่ชอบบอกกันได้ครับ 8)

X3 : The Last stand

สปอยล์ล้วนครับ โปรดระวัง

  • ใช้ตัวละครได้อย่างฟุ่มเฟือยมากๆ สงสารแอนนา พาควิน (โร้ก) จริงๆ ที่ได้บทน้อยเยี่ยงนี้ รวมไปถึงสตอร์ม กับ ไซคลอปที่ไม่ค่อยจะมีบทชี้เป็นชี้ตายเท่าไหร่ด้วย
  • ไอซ์เมนเข้าขั้นสุดยอดแล้ว! เหมือนตัวที่เห็นในการ์ตูนเป๊ะๆ ชอบ ชอบ (มีบางคนถามว่า ทำไม ไพโร ทำร่างกายให้เป็นไฟแบบไอซ์เมนบ้างไม่ได้ — เหมือนมนุษย์ไฟใน fantastic four อะ คำตอบผมไม่ชัวร์แต่น่าจะเป็นว่า ไพโร สามารถควบคุมอากาศให้กลายเป็นไฟได้เฉยๆ ไม่ใช่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายตัวเองให้ร้อนขึ้น แต่ไอซ์เมนทำได้)
  • ลาก่อนมีสทีค
  • คิตตี้ ไพรด์ คนที่ทะลุกำแพงได้ นี่บทเยอะข้ามหน้าข้ามตา
  • เดอะ บีสท์ ดูดีมีสกุล ชอบ
  • จักเกิลนอร์ต คาลิสโต้ โคลอซัส กับแองเจิ้ล นี่เพิ่มเข้ามาเพื่อ..? ใช้คนละประมาณสามนาที
  • จีน เกรย์ ตอนเป็นฟินิกซ์หน้าตาโหดเหมือนปอบแถวบ้านเรา อุบาทว์มากๆ เหมือนผีใน จูออน บวก เดอะ ริง บวก ความโรคจิต
  • ฉากที่ชอบคือฉากสุดท้ายนั่นแหละ ที่แข่งระหว่างอัตราการฟื้นตัวของวูลฟ์เวอรีน กับอัตราการทำลายของฟีนิกซ์ ลุ้นดี ลุ้นดี แต่ยังสงสัยว่าทำไมไม่กระทำตามข้อต่อไปนี้
  • เหวี่ยงเด็กที่ทำให้มิวแตนต์ไร้พลังนั่นเข้าไปกลางวงเลย ใช้พลังไม่ได้ทั้งคู่ วูลฟ์เวอรีนแรงเยอะกว่าเห็นๆ
  • เหวี่ยงโร้กเข้าไปแตะฟีนิกซ์ เพื่อดูดพลัง เป็นการเพิ่มบทบาทให้โร้กไปในตัว
  • แต่ทั้งสองข้อ ผลคือ เด็กกับโร้กตายก่อนแหงๆ
  • ส่วนของแถมหลังเครดิตก็น่าพูดถึงจริงๆ นั่นแหละ อยากให้ทำภาคต่อจริงๆ จังๆ แต่ขาดไซคลอป, จีน ไปแล้วก็เหวอแล้ว
  • รวมๆ แล้วมี mutant ที่มีบท เกิน 25 ตัว เลยนะ (6)
  • รวมๆ แล้วชอบครับ แต่น้อยกว่าสองภาคแรกอย่างมหันต์ บทบางฉากบางตอนฟุ่มเฟือยเรื่อยระลอกเกินไป บางฉากใส่มาทำอวดซีจีซะงั้น แต่สั้นๆ ก็คือ “มันดี” (แต่ถ้าไบรอัน ซิงเกอร์ มากำกับคงเยี่ยมยอดกว่านี้ ทิ้งไปกำกับซุปเปอร์แมนเฉย.. ขอให้เจ๊งๆๆ 0==(D) )

    Nike+IPOD

    เมื่อ ไนกี้ รวมร่างกับ ไอพอด (นาโน) จะเกิดอะไรขึ้น

    เมื่อสองแบรนด์ยักษ์ของโลกมารวมตัวกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากอย่างนี้ ก็ต้องเกิดเป็นผลิตภัณฑ์แนวใหม่ที่น่าจับตามองแน่นอนครับ ไนกี้ ผู้ำนำด้านเครื่องแต่งกายกีฬา กับ ไอพอด ผู้ปฏิวัติวงการ mp3 ได้มารวมตัวกัน เพื่อเป็น “โค้ชฝึกวิ่งส่วนตัว” ของคุณ โดยคุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ Nike+ipod ซึ่งประกอบไปด้วย sensor ที่รองเท้าของไนกี้ และ receiver เพื่อติดที่ตัวไอพอด มาจับสถิติการวิ่งของคุณได้ ไม่ว่าคุณอยากจะ วิ่งได้เร็วขึ้น, วิ่งได้นานขึ้น, วิ่งเพื่อเผาผลาญไขมัน หรือวิ่งเพื่ออะไรก็ตาม ตัวผลิตภัณฑ์นี้ทำให้คุณบรรลุเป้าหมายของคุณได้ โดยคุณสามารถตั้งจุดประสงค์ที่ต้องการ แล้วชุด Nike+ipod จะ track progress ของคุณเอง

    สำหรับผลที่ได้ ก็สามารถนำไปวัดผลเทียบกับโกลที่ตั้งไว้ก็ได้ หรือจะนำไปแข่งกับคนอื่นก็ได้ (ทั้งแบบทีม และแบบเดี่ยว) และยังสามารถวัดผลกับคนทั่วโลกได้ด้วย โดย nike ได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะขึ้นมาที่ http://www.nike.com/nikeplus/

    เว็บไซต์เน้นสีแดง สวยทันสมัยมากครับ ชอบ

    ดาวินชีโค้ด

    ไปดูมาแล้วครับ ผมอ่านหนังสือแล้ว เลยรู้สึกว่าไม่สนุกนัก คำวิจารณ์ต่อไปนี้อาจจะสปอยล์นะครับ

    • ช่วง 30% แรกของหนัง ดำเนินตามหนังสือค่ิอนข้างจะแบบฉากต่อฉากเลย มีแก้เฉพาะรายละเอียดนิดหน่อยเท่านั้นครับ คนที่อ่านหนังสือแล้วจะค่อนข้างเห็นภาพตามหนังสือเป๊ะๆ
    • ช่วง 40% กลางของหนัง จะมี flashback ค่อนข้างมาก ทำให้คนที่ไม่ตั้งใจดูพลาดตรงนี้ไปง่ายๆ รายละเอียดเรื่องประวัติศาสตร์นั้นเยอะและพูดค่อนข้างเร็วมาก ทำให้ผมคิดว่า ถ้าผมไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนต้องแปลความได้ไม่ครบแน่ๆ
    • ช่วง 25% ต่อมานั้นบิดเบือนไปจากหนังสืออย่างร้ายแรง แต่ถ้ายอมรับได้ ก็สนุกเหมือนกันครับ
    • ส่วนปิด 5% นั้นบรรยายตาม epilogue ในหนังสือแบบเป๊ะๆ เลยครับแต่รู้สึกไม่ค่อยยิ่งใหญ่

    รวมๆแล้ว ก็ถือว่าไม่สมกับที่รอคอย แต่ถ้าไม่ได้รอคอย ก็มีความสนุกอยู่บ้างครับ (งงไหม) ก็คือถ้าไม่ตั้งความหวังมากก็โอเคครับ แต่ที่น่าหงุดหงิดคือโรงหนังที่ไปดู (SFX Ladprao) นั้น จากรอบ 20.00 กว่าจะฉายจริงก็ 20.45 อะครับ รอนานมากๆ จนคนบ่นเลย แต่ก็พอจะเข้าใจว่า สาเหตุของการรอครั้งนี้น่าจะมาจากการที่เปลี่ยนนโยบายไปมา (ฉาย-ไม่ฉาย-ตัด 10 นาที-ไม่ตัด 10 นาที)

    สำหรับเรื่องที่มีความวุ่นวายก่อนฉายนั้น ผมได้อ่านในเฉลิมไทย (พันทิพ) แล้วเห็นบางคนก็มีความเห็นร้ายแรงมากจนไปพัวพันถึงเรื่องศาสนากันเลย บางความเห็นอ่านแล้วสะดุ้งครับ ใช้คำแรงมาก เช่น “ผมขอสาปแช่งพระเจ้าของคุณ” เป็นต้น จริงๆ แล้วเรื่องหนังแค่ 10 นาทีนี่ไม่น่าจะทำให้มีเรื่องกันได้ถึงขนาดนี้เลยครับ โดยส่วนตัวผมคิดว่า ทุกคนต้องมีเรื่องที่ “ถือ” กันอยู่แล้ว บางคนอาจจะให้ความเห็นว่า “ถ้าสร้างหนังเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าแล้วมีเนื้อเรื่องประมาณนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าเขายึดถือที่คำสอน มากกว่ากระพี้พวกนี้ ทำไมชาวคริสต์บางคน ต้องทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ด้วยฯลฯ” แต่ผมคิดว่า นี่อาจจะเป็นสิ่งเขา “ถือ” ก็ได้ (คือถือการนับพระเยซูเป็นเทพ) เหมือนที่ชาวไทยเราถือเรื่อง “หัวเป็นของสูง เท้าเป็นของต่ำ” มาก อย่างเช่นถ้าสร้างหนังแบบนั้น อาจจะไม่รู้สึกอะไรมากก็จริง แต่ถ้ามีรูปภาพเศียรพระถูกเหยียบ หรือรองเท้าตราครุฑขึ้นมาทีหนึ่ง ก็แทบจะประท้วงเอาเป็นเอาตายกัน ดังนั้น ถ้ายึดถึงเรื่องการถือไม่ถือนี้ ก็น่าจะทำให้เข้าใจกันมากขึ้นว่าบางเรื่องที่เรายอมได้ บางคนอาจจะไม่ยอมก็เป็นได้
    กลับมาถึงเรื่องตัวหนัง พอไปดูจริงๆ แล้ว ผมเองไม่รู้สึกว่าลบหลู่มากมาย โดยเฉพาะบทพูดนั้น โรเบิร์ต แลงดอน ตัวละครของทอม แฮงค์ ได้ย้ำเสมอๆ ว่า “ความเชื่อนั้น เป็นสิ่งแล้วแต่ที่ใจจะคิด” และบทสนทนาก็มีท่าทาง ปกป้องศาสนาคริสต์ตลอด (คิดว่านะครับ) แต่อย่างไรก็ตามถ้าพูดในฐานะคนดูหนังแล้ว คิดว่าหนังค่อนข้างแห้งแล้งไปหน่อย เนือยๆ และไม่เร้าใจเท่าไหร่ (ย้ำว่า อาจจะเพราะอ่านหนังสือมาก่อนแล้วก็ได้)

    จาก Rotten Tomatoes หนังเรื่องนี้ได้ 15% ครับ นักวิจารณ์ไม่ชอบใจกัน ส่วนใหญ่นักวิจารณ์จะอ่านมาก่อนนะครับ
    จาก Chubby’s review ได้ 100% เลยครับผม แสดงว่าการอ่านมาก่อน-ยังไม่ได้อ่าน มีผลมากๆ เลย

    บลอคนี้เขียนเพื่อตอบ บลอคของพี่บิ๊ก ครับ

    (ไร้)ทางเลือก

    ตอนนี้ ใครๆ รอบตัวก็บอกให้ใช้ Firefox Firefox รวมถึงตัวผมด้วยครับ ที่สนับสนุนการใช้ Firefox เต็มที่ (ด้วยเหตุผลหลักว่า render css ได้ดั่งใจที่สุด ตรงตามมาตรฐานที่สุด และเร็วกว่าเพราะโหลดไม่ต้องจบ table ก็แสดงผลได้เลย บวกกับเหตุผลรองอื่นๆ มากมาย เช่น เปลี่ยนธีมได้เยอะ ใช้แทบได้ ลงปลั๊กอินได้ มีช่อง search ทางด้านขวาเลย สนับสนุน rss)

    แต่ปัญหาคือที่ทำงานครับ

    ที่ทำงานของผม (จนป่านนี้ผู้อ่านน่าจะมีส่วนที่ทราบแล้วว่าที่ไหน) อะไรก็ดีนะ แต่ว่าเมื่อเป็นบริษัทใหญ่ ระเบียบก็ต้องมากเป็นธรรมดา ที่นี่จะห่วงเรื่อง license มาก จนขนาดห้ามใช้ freeware shareware ทั้งสิ้น (ยกเว้นที่ระบุไว้ในเอกสารของบริษัท) ห้ามดาวน์โหลดโปรแกรมมาติด (แต่คนที่มีสิทธิ์เป็น admin ของเครื่องตัวเองก็ติดได้–แต่ฝ่าย IT ก็จะมาดูเป็นระยะ)

    เบราเซอร์มาตรฐาน แน่นอน IE - หก
    ผมหงุดหงิดกับเรื่องนี้พอสมควรเลย เพราะว่าเนตบริษัทก็ค่อนข้างไร้ความเร็ว แล้ว IE เวลาโหลดเพจก็ต้องรอให้โหลดจบกระบวนความก่อน แถมยัง render เว็บไซต์ที่ผมเข้าบ่อยๆ (blognone เป็นตัวอย่าง) ผิดอีก สคริปที่ติดที่ blognone หรือ pradt.net (เข้าบ่อยมากเลยครับ pradt เนี่ย เจ๋ง) ทุกอัน ทุกแบบ เห็นมาหมดแล้วครับ ไม่ใช่ไม่อยากใช้ firefox นะ แต่ยังใช้ไม่ได้ T-T

    เห็นว่าในเอกสารบริษัท mozilla ทั้งหลาย น่าจะติดได้นะ (อันนี้เพื่อนบอกมาอีกที เอาเข้าจริงๆ ไม่รู้ว่าได้หรือเปล่า) ถ้าติดได้แล้วได้สิทธิ์ลงโปรแกรมเมื่อไหร่ จะกลับมาใช้ firefox ทันที แ่น่นอน ฟอร์ชัวร์

    Next Page »