Archive for the 'Hard Drive' Category

Safari, on Windows

เอ่อ..

safari.jpg

ความประทับใจแรก :
- บริเวณที่ใหญ่ๆ คือซูมให้เห็นว่าตัวอักษรอ่านไม่ออก แม้จะเป็นภาษาอังกฤษ
- เอาออกก่อน รอตัวจริงดีกว่าเยอะ
- จาวาสคริปรันลื่นกว่า firefox จริงๆ ไม่มีสะดุด
- html ยังไม่แน่ใจว่าเร็วกว่าหรือเปล่า
- เมนูอ่านไม่ออก เลยยังทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ได้

ทดลองบน Mac เทียบกับ firefox
- จาวาสคริปเร็วกว่าจริงๆ สมูธมาก (เทียบจากเอฟเฟกต์ต่างๆ ในหน้าของ apple)
- บน mac ไม่มีปัญหาด้านภาษา
- ลองลากเหมือนเวลา select ข้อความ จะพบว่ายังแปลกๆ อยู่

อ่านพรีวิวได้ที่ Blognone ทำไมพี่มาร์ค ไม่เจอปัญหาอย่างเราหว่า

กิจกรรมสาดน้ำใน exteen

ตอนนี้สงกรานต์ exteen กำัลังมีกิจกรรมสาดน้ำครับ คราวแรกนึกว่าจะเข็นกิจกรรมนี้ออกมาไม่ทันแล้ว แต่ด้วยความถึกเลยปั่นออกมาได้ในที่สุด

exteensongk.jpg

โจทย์คราวนี้คือ “ทำยังไงให้พัฒนาขึ้นจากคราวที่แล้ว” คราวที่แล้วนั้นเรามีกิจกรรมสาดน้ำ โดยก็เพิ่มแค่อีโมติคอนอันเดียว แล้วนับแต้มใครโดนสาดมากที่สุด แต่คราวนี้เราจะพัฒนาขึ้นไปอีกขึ้นยังไง

จู่ๆ ผมก็เกิดความคิดมาว่า “บลอคเปียก”.. แ้ล้วในที่สุดความคิดนั้นก็ถูกนำมาต่อยอดขึ้นไปตามนี้ครับ

บลอคเปียก -> เปียกหมดเลยดีมั้ย ไม่ต้องมีแต้ม -> ไม่ดี เปียกตามแต้มดีกว่าเพื่อจะได้แข่งกันสนุกๆ -> แล้วจะนับแต้มยังไง เปียกยังไงด้วย -> เป็นหยดน้ำมั้ย หนึ่งหยดก็หนึ่งแต้ม (โดนสาดหนึ่งครั้ง) -> แล้วถ้าเยอะๆ ไม่เละเหรอ -> … etc.

หลังจากคิดไอเดียออกมาคร่าวๆ แล้ว เรา (ผมกับต่าย) ก็ต้องมาหาเทคโนโลยีที่ match กับไอเดียอีกครับ ตอนแรกว่าจะใช้ flash หุ้มทั้งหน้า Blog ไว้ แต่ก็อาจจะมีปัญหา ทำให้คลิกไม่ได้อีก ก็เลยคิดว่าจะเขียน ActionScript ใน flash ให้เวลาเอาเมาส์วางแล้วจางไป แต่พอทำไปทำมาแล้วพบว่า เวลา transparent flash หลายๆ อัน ซ้อนกัน แล้วมันแสดงผลไม่ได้ในบางเบราเซอร์ บวกกับปัญหาทางเทคนิคบางประการโครงการที่ใช้ flash ก็เลยต้องล้มไป

สรุปว่าเราก็มาใช้วิธีที่เสี่ยงน้อยกว่า คือใช้จาวาสคริปและรูปนิ่งๆ ซึ่งเวลาเอาเมาส์ลากผ่านแล้ว ก็ต้องจางลงไปด้วย เพราะไม่เช่นนั้นจะคลิกลิงค์ที่อยู่ข้างล่างหยดน้ำไม่ได้ นอกจากนี้ก็มีข้อยิบย่อยเต็มไปหมดครับ เช่น “จะแสดงทั่วหน้าดีมั้ย” “แล้วถ้าหน้าเค้ายาวมากๆ เค้าก็ไม่เห็นอะไรเลยน่ะสิ” หรือ “โหลดที่ server จะหนักมั้ย” หรือ “เบราเซอร์ไหนมีปัญหาบ้าง” (ทดสอบ Firefox, IE, Safari on Win, Mac, Ubuntu)

แม้กระทั่งรูปหยดน้ำเราก็คิดอีก “หรือจะเป็นหยดน้ำแบบ หัวแหลมดี” “ไม่ดีๆ เพราะว่ามันจะดูไม่เข้ากับระนาบของหน้าบลอค -ศัพท์คำนี้บัญญัติใหม่”

เห็นได้ชัดเลยว่า กิจกรรมบนเว็บนี่เป็นการทำงานแบบ iceberg ทำร้อย เห็นส่วนที่พ้นน้ำึขึ้นมานิดเดียว แต่ก็คุ้มนะครับ สนุกดี แถมได้ศึกษาข้อจำกัดบางอย่างที่เราไม่รู้มาก่อนด้วย จริงมั้ย -D

From user…

อ่านแล้วอึ้งตะลึงงัน เนื้อความมีดังนี้…

“ไมมีระเบียบเยอะจังอ่า
ก้อเข้าจัยนะว่ามานต้องมีกานบ้างเพาะใช่ก่าคนกลุ่มใหญ่
แต่มานก้อนะทามตามมิได้ทุกข้อหรอก
คนส่วนใหญ่ที่มามักก้อเพาะต้องกานแนะนำตัวเอง เขียนไรที่ต้องกาน
แต่จาไปทามในได(สตอรี่ไท)มานก้อมักยากก่าเลยมาทามในนิอ่า
ข้อแสดงความคิดหงหน่อยนะ
กดก้อควรมีแต่ควรเอาแค่พอดีๆมากเกนไปมานทามให้น่าเบื่อและก้อจามีคนแหกคอกเท่านั้น
เคยได้ยินไหมว่าคนบ้างคนใช่คติที่ว่า *กดมีไว้แหก*
กดก้อมีดังนี้ที่คิดว่าสมควรนะ
1.ห้ามเขียนคำหยาบที่เกิดก่าจารับได้ (แต่คำหยาบคายบางคำก้ออนุโลม)
2.ห้ามขายสินค้าบนเว็ยเน้
3.สามาดเขียนได้ทุกเรื่องที่พอใจโดยไม่ทามให้คนส่วนใหญ่เดือนร้อน
ปะมานเน้ก้อพอจามีไรกานเยอะเยะค่ะ มานเลยทามให้คนที่มามักลำคานได้
ก้อขอให้อนุโลมกานบ้างนะค่ะ”

ครือเราหยักจาบอกน้าว่า .. แค่เทอมีแรงส่งเมลล์มาเนี้ยะ เทอแน่ม้ากเลย พาลังจัยสูงมาก
(พิมพ์ตามภาษาที่ส่งมา…)

Two weeks with a Mac

หลังจากใช้มาได้สองสัปดาห์ มือใหม่หัดขับ ถ้าใครเป็นเซียนแมคอยู่แล้ว อ่านไปก็เอ็นดูด้วยนะครับ ผมไม่เคย ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา -P
ข้อไม่ชิน (ไม่ใช่ข้อเสียซะทีเดียว)

  1. เวลาออกแบบหน้าเว็บ ทำบน Mac (13″) แล้วเวลาไปดูบนจอ 17″ จะกลายเป็นใหญ่เบิ้ม ยังกะไม่ถูก ยังไม่ชินว่าต้องออกแบบให้เล็กขนาดไหน เวลาไปดูถึงจะพอดีๆ
  2. สีบางสี เช่นสีฟ้า บนหน้าจอ Mac กับหน้าจอ PC ปกติ มันไม่ตรงกัน บน Mac จะออก Cyan มากกว่า (ส่วน PC จะเป็น “Blue” เลยอะ)
  3. เวลาทำงานอื่นๆ แบบเปิด App ไปค่อนหน้าจอ แล้วเวลาจะต้องการเปิดหน้าต่าง Finder ใหม่ขึ้นมา ต้องไปคลิกที่อืื่น (Desktop) ก่อน ให้แถบเมนูหลักมันเปลี่ยนเป็น Finder ถึงจะเปิดได้ (เขียนเข้าใจเปล่าหว่า)
  4. สับสนกับการเปลี่ยนภาษา.. ที่บ้าน คอมตั้งโต๊ะ ใช้ grave ปกติ , ที่ทำงานใช้ Alt+Tab ส่วนแมคบุ๊ก ใช้ Alt+Space เดี๋ยวนี้กดผิดบ่อยมาก
  5. ต้องซื้ออะไรมาป้องกันเยอะไปหน่อย เช่น เคสใส หรือว่าที่วางมือ หรือว่ายางสวมคีย์บอร์ด
  6. Office for Mac ใช้ยากไปหน่อย แต่ว่าเห็นเวอร์ชั่น 2008 แล้ว ท่าทางจะโอเคขึ้น (เพราะใช้ interface เกือบๆ จะเหมือน 2007 เลย)
  7. หน้าจอบางทีสว่างไปหน่อย จะแยกสีเทาเกือบขาว กับสีขาว ไม่ออก

ส่วนข้อที่ชอบนั้นก็มีเยอะ

  1. สวย!! เวลาเปิดขึ้นมาที่ทำงาน คนเดินผ่านไปมา จะมาทักเสมอ (ข้อดีมั้ยเนี่ย)
  2. ดูเว็บทุกเว็บสวยขึ้น เพราะฟอนต์ ​Anti-alias เต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่ ClearType เหมือนของวินโดวส์์
  3. ติดโปรแกรมง่ายดี แค่ลากเข้า Application เวลาเอาออกก็ง่าย แค่ลากเข้า Trash
  4. ชอบ Automator ตอนแรกหงุดหงิด ที่ไม่สามารถ Preview รูปแบบทั้งโฟลเดอร์ได้ แต่ก็สร้าง Action ขึ้นมาได้เอง ด้วย Automator นี่แหละ -)
  5. BootCamp ซัพพอร์ต ​Vista แล้ว
  6. GarageBand มีฟีเจอร์นึงที่ชอบมาก คือหามาตั้งนานฟีเจอร์ตัวนี้ แต่เพิ่งมาเจอ ก็คือ Musical Typing ที่ให้ใช้คีย์บอร์ดกดเป็นเปียโนได้เลย ทำให้ผมไม่ต้องอัดเสียงเปียโนผ่านอากาศเหมือนที่ผ่านๆมา -D
  7. ชอบที่สามารถตั้ง Corner ของสกรีน เป็น hot spot เรียกฟังก์ชั่นต่างๆ ขึ้นมาได้ เป็นการใช้พื้นที่ได้ฉลาดมาก (ผมตั้งขวาบน เป็น Expose ซ้ายล่าง Dashboard ขวาล่าง Screen Saver ซ้ายบนไม่ตั้งเพราะว่าจะพลาดไปกดบ่อย (มีเมนูแอปเปิลอยู่ตรงนั้น))
  8. Expose เจ๋งดี ไม่ใช้แล้วไม่ชิน เหมือนที่พี่มาร์คบอกจริงๆ

Vista on Mac

ผมซื้อ Mac แล้วครับ (เฮ)

เป็น MacBook รุ่น 2.0Ghz สีขาว (สีำดำไม่ซื้ออยู่แล้ว ไม่เท่ เหมืิอน IBM) เพิ่งซื้อในงานคอมมาร์ตนี้เอง (คนเยอะมาก)

หลังจากซื้อมา พบว่าเค้าให้โปรแกรมมารกเครื่องมากๆ ครับ อย่างโปรแกรมเบิร์นซีดีนี่ให้มาสองสามตัว (ให้มาทำไมเยอะแยะว้า) แล้วก็ลง BootCamp+Windows XP มาให้เรียบร้อย แถมใน Windows มีการลง Microsoft Office มาให้อีกต่างหาก (อย่างนี้เรียกว่าทำเกินหน้าที่นะ) ดูไปแล้วเครื่องรกมากๆ จึงลบ XP ทิ้งซะ แล้วด้วยความอยากลอง จึงลองลง Vista ตามวิธีการที่พบที่นี่

จริงๆ แล้วตัว Vista เนี่ยก็สามารถลงบน mac ได้โดยไม่ต้องทำไรเป็นพิเศษเลยนะครับ แค่เปลี่ยนจากใส่แผ่น CD Windows เป็นใส่แผ่น Vista เท่านั้นเอง แต่จะเจอปัญหาหลังจากลงเสร็จแล้ว ว่าแผ่น CD Driver ที่ BootCamp สร้างให้เนี่ย เวลาเอาไปลงเป็นมันจะ error ทำให้เราใช้ Apple Keyboard, เสียง, WiFi และอื่นๆ ไม่ได้ เราเลยต้องมีทริกกันนิดนึงเวลาจะลงไดรเวอร์

โดยในวิธี เค้าให้ใช้วิธีคล้ายๆ แตกตัว Setup ของ driver mac จาก exe ไฟล์เดียว (จริงๆ ข้างในเป็น MSI - Microsoft Installer) ออกมาเป็นไฟล์ข้างใน (เหมือนแตก Zip) โดยคำสั่งนี้

“Install Macintosh Drivers for Windows XP.exe”(ชื่อไฟล์ exe) /A /v

โดยตัว /a เนี่ย ก็คือการทำ Administrative Install หรือการแตกไฟล์ข้างใน exe นั้นออกมานั่นเองครับ

หลังจากนั้นก็สะดวกโยธินแล้วครับ เราก็จะได้ข้างในออกมาเป็นโฟลเดอร์แยกตามประเภทของอุปกรณ์อย่างสวยงาม เราก็ไปดับเบิลคลิกตัว Setup.exe ของแต่ละอุปกรณ์ได้เลย (ตัวที่คิดว่าจำเป็นต้องติดคือ AppleKeyboard และซาวนด์การ์ด (SigmaTel) ครับ) ส่วนตัวอื่นๆ ก็ตามวิธีในเว็บด้านบน

ลืมบอกไปว่า สามารถใช้ Aero ได้ด้วยครับ (โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม) D จากการทดสอบเรตติ้งของเครื่อง พบว่า MacBook รุ่นผมจะได้ราวๆ 3.1 คะแนน ถือว่าก็พอใช้หละนะ (คะแนนไปตกตรงการ์ดจอ)

ต่อไปอาจจะมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องการปรับตัว คิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนคิดจะเปลี่ยนมาใช้นะ เพราะตอนแรกๆ ผมก็โคตรจะก่งก๊งเลย

Google as Calculator

วันนี้คุยกับเพื่อนเรื่องค่าเงินบาทแข็งตัวขึ้น (โห มีสาระแมะ) ก็เลยอยากรู้ว่าตอนนี้เทียบกับสกุลต่างๆ ค่าเงินบาทนี่ไปถึงจุดไหนของโลกแล้ว เลยลอง search google ดู นึกครึ้มว่า google นี่มันเป็นเครื่องคิดเลขได้นี่หว่า พวก kg in pound อะไรก็รู้หมดว่าเท่าไหร่ๆ เลยลอง 100 jpy in thb ดู ปรากฏว่าได้!! (ได้ออกมา 28 บาทกว่าๆ)

ลองต่อไป ถ้าใช้คำทั่วๆ ไป จะได้มั้ย เช่น 100 yen in baht ก็ได้อีก เจ๋งจริงๆ เลยลองดูอย่างอื่นๆ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ก็ปรากฏว่า ทำได้มากมาย (บางคนอาจจะรู้แล้ว) เช่น

  • Population of ประเทศ, nationality of ชื่อคน หรืออะไรประมาณนี้ ก็รู้หมด (เป็นอับดุล) พวกนี้จะเรียกว่า Google Q&A
  • ดูค่าเงิน ตามตัวอย่างข้างบน พวกนี้เห็นเค้าบอกว่าคือส่วนของ Google Currency Conversion แต่ดูในหน้า help หาไม่เจอ
  • เป็นเครื่องคิดเลข (ที่ค่อนข้างใช้ได้เลย) นอกจากคิดเลข 8*3+20 ธรรมดาพวกนี้แล้ว ยังสามารถเอาพวก seconds in a day, half cup in a teaspoon มาใช้ได้ด้วย เจ๋งสุดๆ

ลิงค์สำหรับผู้ที่สนใจอยู่ท่ีนี่ครับ http://www.google.co.uk/intl/en/help/features.html#calculator

« Previous PageNext Page »